“ชัชวาล”ไม่รอด ตชด.33 บุกรวบพร้อมไม้เถื่อนมูลค่านับแสน

วันนี้ ( 15 ต.ค. 2563 ) พ.ต.ท.กันต์พงษ์ สุวรรณศรี สว.กก.4 บก.ปทส. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ – ฮอด และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.ที่ 33 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านโฮ่ง และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้บ้านโฮ่ง ได้ออกตรวจลาดตระเวนไปยังพื้นที่เป้าหมายตามที่ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบตัดไม้ เมื่อตรวจมาถึงสถานที่ได้รับแจ้ง ซึ่งเป็นสวนลำไยของนายลุงหลู่ นางบัวแก้ว เจริญสุข ตั้งอยู่ท้องที่บ้านหนองเขียด หมู่ที่ 4 ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จว.ลำพูน พบของกลาง ไม้สักท่อน จำนวน 1 กอง กองอยู่ริมถนนทางสาธารณะประโยชน์ข้างๆ กับสวนลำไย มีลักษณะกองไม้วางทับซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ พบมีการตัดกิ่งไม้ใหม่ๆ นำมาปกปิดคลุมไม้ไว้ เจ้าหน้าที่จึงลงไปตรวจสอบพบว่า ไม่ปรากฏรูปรอยตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือรูปรอยตราอื่นใด ตี ตอก ประทับไว้แต่อย่างใด และพบไม้สักท่อน อีก จำนวน 1 ท่อน วางอยู่ริมถนนทางสาธารณะประโยชน์ปากทางเข้า – ออกสวนลำไยมีลักษณะเดียวกันกับไม้สักท่อนที่ตรวจพบก่อนหน้านี้ มีขนาดความโต และยาวของลำท่อนไม้ประมาณ 4 เมตร นอกจากนี้ยัง พบชายฉกรรจ์คนหนึ่งอยู่บริเวณกองไม้สักท่อน มีอาการลุกลี้ลุกลนและได้วิ่งหลบหนีไป พนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิ่งไล่ตามและจับกุมตัวเอาไว้ได้ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือนายชัชวาล อุ่นยาว อายุ 30 ปี อยู่หมู่ที่ 4 บ้านหนองเขียด ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จว.ลำพูน จากการตรวจสอบภายในสวนลำไย บริเวณโรงเลี้ยงสุกร (ร้าง) ยังพบไม้สักท่อนเป็นจำนวนหลายท่อนวาง ซุกซ่อนอยู่ภายเล้า/คอกหมู และยับพบของกลางประกอบด้วย 1 ไม้สักท่อน จำนวน 16 ท่อน ปริมาตร 1.47 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 88,200 บาท 2.ไม้สักแปรรูป จำนวน 18 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.29 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 34,800บาท 3. ไม้หวงห้าม (ประดู่,สะเดา) แปรรูป จำนวน 6 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.29 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 18,300 บาท และยังพบอุปกรณ์สำหรับตัดไม้และแปรรูปไม้อีกจำนวนมากอยู่ภายสวนลำไยดังกล่าว
จากการสอบถามนายชัชวาลฯ ได้กล่าวว่า “ตนเป็นคนงานลูกจ้างของนายตุ่น ไม่ทราบชื่อ ชื่อสกุลจริง ซึ่งเป็นบุตรชายของเจ้าของสวนลำไยแปลงที่เกิดเหตุ ซึ่งนายตุ่นเป็นเจ้าของไม้ท่อน ไม้แปรรูป เป็นเจ้าของอุปกรณ์การแปรรูปไม้และได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาทำการตรวจสอบและจับกุมตัวตน”
ภายหลังจากสอบปากคำแล้วทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและตั้งข้อกล่าวหาว่า กระทำความผิดต่อบทบัญญัติพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔
-มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 ฐาน “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ร่วมกันมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
-มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 ฐาน “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ร่วมกันมีไม้หวงห้ามชนิดอื่นแปรรูปมีปริมาตรเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
-มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 ฐาน “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
-มาตรา 69 ฐาน “ร่วมกัน มีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
จากนั้นจึงทำการชักลากไม้ของกลางทั้งหมดส่งสถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป