ตำรวจกองปราบขึ้นเหนือบุกรวบอดีตพนักงานหญิง ธนาคารกรุงไทย หลังยักยอกเงินหลายล้านบาท

9/8/63 จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. กองบัญชาการสอบสวนกลาง สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปราม กก.4 บก.ปทส. ว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับคดียักยอกทรัพย์หลบหนีไปอยู่ที่ บ้านหลังหนึ่งเขตตำบลเหมืองง่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง พร้อมหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 ไปจับกุมนางสาววิญาดา อายุ 49 ปี ที่บ้านพักในเขตตำบลเหมืองง่า แต่ไม่พบตัว จึงตรวจสอบกับแหล่งข่าวพบว่ากำลังอยู่เขตหมู่ที่ 2 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถยนต์ตามไปจนพบตัว นางสาววิญาดา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวพร้อมกับหมายจับ ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจาก ผู้ต้องหาเป็นอดีตพนักงานธนาคารกรุงไทย (ขอสงวนชื่อสาขา) ได้ทำการ ทุจริตยักยอกเงินธนาคาร กว่า 20 ครั้ง เป็นเงินหลายล้านบาท (ธนาคารแจ้งขอสงวนยอดเงิน) คดีตั้งแต่ พ.ศ.2548 ปปท.ชี้มีมูลมีความผิด ต่อมาผู้ต้องหาได้หลบหนีไป จนกระทั่งมีการออกตามหมายจับเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. กองบัญชาการสอบสวนกลาง สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปราม กก.4 บก.ปทส. สืบสวนจับกุม นางสาววิญาดา อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 ที่ จ.3/2563 ลงวันที่ 8 เมษายน 2563 ความอาญา ในฐานความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 และมาตรา 11 สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่ง เขต ตำบลเวียงยอง อ.เมืองจ.ลำพูน และได้นำตัวผู้ถูกจับส่งศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ภาค 5 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป วันเวลาจับกุม เวลาประมาณ 14.30 น. แจ้งข้อกล่าวหาตาม พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 ผู้ใดเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท มาตรา 11 ผู้ใดเป็นพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ